ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มกราคม 06, 2009, 10:58:44 AM
101541 กระทู้ ใน 17811 หัวข้อ โดย 4981 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: wit007clash
Mornor.com | Boards  |  หมวดหมู่เด็ก มอนอ  |  บอร์ดเด็ก มอนอ  |  รวบรวมคำถาม ข้อเท็จจริง ม.ออกนอกระบบ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รวบรวมคำถาม ข้อเท็จจริง ม.ออกนอกระบบ  (อ่าน 661 ครั้ง)
ble
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1826

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +423/-196

ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2007, 12:10:09 PM »

เรามาช่วยกันรวบรวมคำถาม ข้อสงสัย ประเด็น ข้อเท็จจริง ต่าง ๆ เกี่ยวกับ ม.ออกนอกระบบกันดีไหมครับ
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

เริ่มจากคำถามก่อน

1. ม.ออกนอกระบบ หรือ ม.ในกำกับรัฐ คืออะไร

2. ทำไมต้องออกนอกระบบ

3. ออกนอกระบบแล้วค่าเทอมจะแพงขึ้นกว่าไม่ออกหรือไม่

4. ออกนอกระบบแล้วจะกลายเป็น ม.เอกชนหรือไม่

5. ออกนอกระบบแล้วจะไม่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจริงไหม

6. ออกนอกระบบแล้วรัฐจะไม่สนับสนุนงบประมาณจริงหรือไม่

7. ออกนอกระบบแล้วการศึกษาจะพัฒนาขึ้นจริงหรือ (เพราะยึดติดกับการตลาด)


ช่วยกันถามหน่อยครับ


ข้อมูลเกี่ยวกับ ม.ออกนอกระบบ
http://th.wikipedia.org/wiki/สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล
http://gotoknow.org/blog/9nuqa/144336
http://www.mornor.com/boards/index.php/topic,4756.0.html
http://www.mornor.com/boards/index.php/topic,4758.0.html
http://202.44.11.230/News/NewsColumn.cfm?nID=1137&nType=1001
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q4/2006dec26p4.htm
http://www.thaieduwatch.com/university/index.htm
http://gotoknow.org/blog/council/65062
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 01, 2007, 08:34:31 PM โดย ble » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
143lw
ช่วงเวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย


Rank: *****

กระทู้: 742

EXP: ประธานสโมสรนิสิต



  42% (42/100)


Popular: +23/-865
หน้าที่จะต้องอยู่กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2007, 12:54:20 PM »

เรามาช่วยกันรวบรวมคำถาม ข้อสงสัย ประเด็น ข้อเท็จจริง ต่าง ๆ เกี่ยวกับ ม.ออกนอกระบบกันดีไหมครับ
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

เริ่มจากคำถามก่อน

1. ม.ออกนอกระบบ หรือ ม.ในกำกับรัฐ คืออะไร
... ไปภามอธิการ
2. ทำไมต้องออกนอกระบบ
...ไปถามรัฐบาล

3. ออกนอกระบบแล้วค่าเทอมจะแพงขึ้นกว่าไม่ออกหรือไม่
---รอถามเมื่อออกนอกระบบไปแล้ว

4. ออกนอกระบบแล้วจะกลายเป็น ม.เอกชนหรือไม่
---- ไม่เป็นเค้าก็บอกอยู่ว่าเป็น ม. ในกำกับของรัฐ
แต่อนาคตมันยาวไกล
5. ออกนอกระบบแล้วจะไม่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจริงไหม
...ไม่จริงเค้าก็ยืนยันมาว่ามีพระราชทานปริญญาบัตรรับกับท่านเดิม

6. ออกนอกระบบแล้วรัฐจะไม่สนับสนุนงบประมาณจริงหรือไม่

สนับสนุนเท่าเดิม  แต่มอต้องหารายได้เพิ่มเมื่อวานท่านอธิการตอบ ภาคปกติอย่างเดียวที่ไม่ขึ้น  ป .โท  กับ ภาคพิ  เตรียมตัวรับกรรม  แล้วคนที่ซวยต่อไปก็คนที่ลงแก้เอฟซัมเมอ กับลงเรียนสามเทอมแบบพวกคู่ขนานก็ระวังหางเลขไปด้วย  นี่เป็นช่องทางหนึ่งในการหาเงินของมอเรา
ช่วยกันถามหน่อยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

www.dekniti.co.cc  รวมภาพคลิปเมื่อวันวาน   www.natakut.co.cc  นาตะกรุด  เมืองศรีเทพ  เขาคลังนอกที่เพิ่งขุดค้นใหม่
z
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2007, 04:04:03 PM »

ช่วยๆกันคิดให้ดีก่อนถามเรื่องบางเรื่องมันก็รู้ๆอยู่แล้ว ถามไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย  นอกระบบเราคิดว่าจะบริหาร จะดูแลยังไงแล้วแต่สภามหาลัยของใครของมัน รัฐดูห่างๆ  ออกนอกระบบ จะใกล้เคียงมอเอกชนมากขึ้นจากเคยเป็นมอของรัฐแต่ยังไม่ใช่เอกชนเต็มตัว ค่าเทอมมอเรามันไม่แพงขึ้นหรอกเพราะมันขึ้นมาล่วงหน้าหลายปีแล้วเมื่อก่อนระบบจ่ายเป็นหน่วยกิตอ่ะถูกกว่าเหมาจ่ายมาก ปริญญาก็น่าจะเหมือนเดิม
เราขอถามคำถามใหญ่ๆ คำถามเดียวนะ
.. ถ้าออกนอกระบบแล้วการศึกษามันจะดีขึ้นจริงหรือ Huh?...
เราว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาให้เข้ากับการเงิน การลงทุน เราไม่เข้าใจตรงจุดนี้ เมื่อมหาลัย บริหารงานการเงินได้คล่องตัวมากขึ้น จะได้เงิน..จากทางไหนมาให้บุคลากร นอกจากรัฐบาล การร่วมลงทุนของเอกชน มีทุนมาให้มอได้พัฒนา เรื่อยๆ แต่จะหวังผลมากมายกลับไป จากมหาลัย จากนักศึกษา  เหมือนค่าเทอมเท่าเดิมแต่ค่าอื่นๆ จะเข้ามาโดยไม่รู้ตัว หอพัก ศูนย์การค้า เทคโนโลยี สถานที่จัดแสดง สนามกีฬา เร็วๆนี้ หรือเริ่มมีแล้วในมอ การหาทุนจากอิสระในการบริหาร การรับนักศึกษาเพิ่มขึ้น เปิดสาขาเพิ่ม มหาลัยมีสิทธิรับเอง อาจารย์รับเงินเพิ่มมหาลัยรับนักศึกษาเพิ่มถ้าไม่พอก็ต้องเพิ่มอาจารย์เพิ่มจำนวนนักศึกษาไปเรื่อยๆ เพื่ออะไร การศึกษาจะได้คุณภาพจริงหรือ ทุกวันนี้มอเราก็มีสาขาวิชานักศึกษามากอยู่แล้ว  เท่าที่เห็นออกระบบมันเป็นการแก้ปัญหาของรัฐที่ไม่คิดไม่ช่วยกัน ทีนี่มหาลัยต่างๆแข่งกันพัฒนาเพื่อการเงินแล้วการศึกษาจะเหลืออะไร ... อยากให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆคน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1826

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +423/-196

ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2007, 04:08:30 PM »

ช่วยๆกันคิดให้ดีก่อนถามเรื่องบางเรื่องมันก็รู้ๆอยู่แล้ว ถามไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย  นอกระบบเราคิดว่าจะบริหาร จะดูแลยังไงแล้วแต่สภามหาลัยของใครของมัน รัฐดูห่างๆ  ออกนอกระบบ จะใกล้เคียงมอเอกชนมากขึ้นจากเคยเป็นมอของรัฐแต่ยังไม่ใช่เอกชนเต็มตัว ค่าเทอมมอเรามันไม่แพงขึ้นหรอกเพราะมันขึ้นมาล่วงหน้าหลายปีแล้วเมื่อก่อนระบบจ่ายเป็นหน่วยกิตอ่ะถูกกว่าเหมาจ่ายมาก ปริญญาก็น่าจะเหมือนเดิม
เราขอถามคำถามใหญ่ๆ คำถามเดียวนะ
.. ถ้าออกนอกระบบแล้วการศึกษามันจะดีขึ้นจริงหรือ Huh?...
เราว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาให้เข้ากับการเงิน การลงทุน เราไม่เข้าใจตรงจุดนี้ เมื่อมหาลัย บริหารงานการเงินได้คล่องตัวมากขึ้น จะได้เงิน..จากทางไหนมาให้บุคลากร นอกจากรัฐบาล การร่วมลงทุนของเอกชน มีทุนมาให้มอได้พัฒนา เรื่อยๆ แต่จะหวังผลมากมายกลับไป จากมหาลัย จากนักศึกษา  เหมือนค่าเทอมเท่าเดิมแต่ค่าอื่นๆ จะเข้ามาโดยไม่รู้ตัว หอพัก ศูนย์การค้า เทคโนโลยี สถานที่จัดแสดง สนามกีฬา เร็วๆนี้ หรือเริ่มมีแล้วในมอ การหาทุนจากอิสระในการบริหาร การรับนักศึกษาเพิ่มขึ้น เปิดสาขาเพิ่ม มหาลัยมีสิทธิรับเอง อาจารย์รับเงินเพิ่มมหาลัยรับนักศึกษาเพิ่มถ้าไม่พอก็ต้องเพิ่มอาจารย์เพิ่มจำนวนนักศึกษาไปเรื่อยๆ เพื่ออะไร การศึกษาจะได้คุณภาพจริงหรือ ทุกวันนี้มอเราก็มีสาขาวิชานักศึกษามากอยู่แล้ว  เท่าที่เห็นออกระบบมันเป็นการแก้ปัญหาของรัฐที่ไม่คิดไม่ช่วยกัน ทีนี่มหาลัยต่างๆแข่งกันพัฒนาเพื่อการเงินแล้วการศึกษาจะเหลืออะไร ... อยากให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆคน

สรุปว่าคำถามคือ ออกนอกระบบแล้ว การศึกษาจะพัฒนาขึ้นจริงหรือ ใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะรวบรวมเอาไว้นะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ต้นไม้
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2007, 09:28:26 PM »

    ถ้าผู้บริหารมีอำนาจเบ็จเสร็จ..ระบบคล่องมันดีจริง..(ในกรณีที่ผู้บริหารดีนะ)
แต่ถ้าผู้บริหารชุดใหม่ไม่ดีละ..น่าคิดนะ..
ถึงเวลานั้นเราจะทำอะไรก็คงทำยาก..
ดังนั้นต้องดูให้ดีๆว่า ..
พรบ.ที่ผลักดันไปนั้น..
มีช่องโหว่หรือไม่..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
doae
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย


Rank: ******

กระทู้: 1090

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +5/-87

ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2007, 12:03:45 AM »

*-*
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sahakura
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Rank: ***

กระทู้: 160

EXP: พี่สันทนาการ



  20% (10/50)


Popular: +1/-0

ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2007, 02:18:58 AM »

ความคิดเห็นผมนะ ถ้าจะออกนอกระบบอ่ะ ก็น่าจะประมาณว่าหางบประมาณทางอื่นด้วย นอกจากจะขึ้นค่าหน่วยกิจของภาคพิและก็ป.โท แก้เอฟ
ทำสหกรณ์แบบมอชอซิคับทำให้มันดีๆไปเลย หรือไม่ก็ทำห้างไปเลย(ถ้ามันไม่ยากเกินไป) คนที่จะเรียนป.โทก็น่าหนักใจเหมือนกันนะคับ
ค่าเทอมแพงๆเนี่ย แค่ปกติก็20,000 อยู่แล้วอ่ะคับ ของคณะวิทย์นะ แล้วจะขึ้นกว่านี้ โอว ตายๆๆๆ เป็นผมก็คงไม่เรียนหรอกคับ(สำหรับผมนะ)
ถ้าเทอมละ 20,000 ยังโอเค แต่ถ้าขั้นแล้วมากกว่านี้เป็น 30,000+ ผมคงตาย จะหากินทางนี้ทางเดียวผมว่าก็คงไมไ่ด้หรอกคับ
ก็น่าจะหาวิธีอื่นๆ ด้วย   ถามว่าเห็นด้วยกันการออกนอกระบบไหมถ้าออกแล้วหาเงินเข้าโดยเก็บเงินป.โท ป.เอก ภาคพิ เพิ่มขึ้นอะไรประมาณนี้ ผมก็คงไม่เห็นด้วยเ่ท่าไหร่ แต่ถ้าหาวิธรบริหารนำเงินเข้ามาพัฒนาโดยวิธีอื่นๆด้วยผมก็เห็นด้วย อย่างน้อยก็แบ่งเบาภาระคนที่จะเรียนต่อ ถ้าบอกว่าการศึกษาคือการลงทุน แต่เยอะขนาดนี้จะมีซักกี่คนล่ะคับ เรียนได้ก็คงคนมีกะตังค์แล้วล่ะอีกอย่างนึง ถ้าออกนอกระบบแล้ว ระบบการเรียนการสอนก็ต้องให้ดีกว่าเดิม เครื่องไม้เครื่องมือก็มีให้พร้อมเหมือนกับเอกชนมะใช่เอาเงินไปทำอย่างอื่นหมดก็อยากให้บริหารเงินที่ได้กันดีๆ
ก็ถ้าการศึกษาคือการลงทุน ก็ึลงทุนคืนให้กับนิสิตด้วยคับ จะดีมากๆ ให้เค้าได้รับอย่างเต็มที่
  แค่ความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆละกันคับผม ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอโทดละกันคับผม ขอบคุณค๊าบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2007, 02:23:07 AM โดย sahakura » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
PPP
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2007, 05:00:39 AM »

ความคิดเห็นผมนะ ถ้าจะออกนอกระบบอ่ะ ก็น่าจะประมาณว่าหางบประมาณทางอื่นด้วย นอกจากจะขึ้นค่าหน่วยกิจของภาคพิและก็ป.โท แก้เอฟ
ทำสหกรณ์แบบมอชอซิคับทำให้มันดีๆไปเลย หรือไม่ก็ทำห้างไปเลย(ถ้ามันไม่ยากเกินไป) คนที่จะเรียนป.โทก็น่าหนักใจเหมือนกันนะคับ
ค่าเทอมแพงๆเนี่ย แค่ปกติก็20,000 อยู่แล้วอ่ะคับ ของคณะวิทย์นะ แล้วจะขึ้นกว่านี้ โอว ตายๆๆๆ เป็นผมก็คงไม่เรียนหรอกคับ(สำหรับผมนะ)
ถ้าเทอมละ 20,000 ยังโอเค แต่ถ้าขั้นแล้วมากกว่านี้เป็น 30,000+ ผมคงตาย จะหากินทางนี้ทางเดียวผมว่าก็คงไมไ่ด้หรอกคับ
ก็น่าจะหาวิธีอื่นๆ ด้วย   ถามว่าเห็นด้วยกันการออกนอกระบบไหมถ้าออกแล้วหาเงินเข้าโดยเก็บเงินป.โท ป.เอก ภาคพิ เพิ่มขึ้นอะไรประมาณนี้ ผมก็คงไม่เห็นด้วยเ่ท่าไหร่ แต่ถ้าหาวิธรบริหารนำเงินเข้ามาพัฒนาโดยวิธีอื่นๆด้วยผมก็เห็นด้วย อย่างน้อยก็แบ่งเบาภาระคนที่จะเรียนต่อ ถ้าบอกว่าการศึกษาคือการลงทุน แต่เยอะขนาดนี้จะมีซักกี่คนล่ะคับ เรียนได้ก็คงคนมีกะตังค์แล้วล่ะอีกอย่างนึง ถ้าออกนอกระบบแล้ว ระบบการเรียนการสอนก็ต้องให้ดีกว่าเดิม เครื่องไม้เครื่องมือก็มีให้พร้อมเหมือนกับเอกชนมะใช่เอาเงินไปทำอย่างอื่นหมดก็อยากให้บริหารเงินที่ได้กันดีๆ
ก็ถ้าการศึกษาคือการลงทุน ก็ึลงทุนคืนให้กับนิสิตด้วยคับ จะดีมากๆ ให้เค้าได้รับอย่างเต็มที่
  แค่ความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆละกันคับผม ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอโทดละกันคับผม ขอบคุณค๊าบ

         อืม  เห็นด้วยนะ อีกอย่างคือ เรื่องเงินๆ ทองๆ เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจก็แย่ๆ ลง  น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน เมื่อไหร่จะดีขึ้น แล้วถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ก็คงเอาเงินไปใช้หนี้กว่าจะหมด เศรษฐกิจก็แย่ลงเหมือนเดิมอีก ไม่ทันได้เก็บเงินไว้ใช้ยามแก่ เฮ้อ..จะมีคนจนสักกี่คนที่ทำงานแล้วมีเงินเหลือเก็บ ขนาดลูกเรียนตอนนี้ยังต้องกู้กยศ./กรอ. บางคนมีเงินสำหรับไว้กินไว้ใช้ไว้ซื้อหนังสือเรียน-สมุดเดือนๆ นึงแค่ 2000 รวมๆ กันหนี้สินก็บานแล้วสำหรับคนบางคน แล้วถ้าไม่กู้เรียนก็ต้องไปขายที่ขายนา เป็นหนี้เค้า ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ต่อไปถ้าค่าเทอมแพงขึ้นก็คงไม่มีใครเรียนแล้วหล่ะ แค่ตอนนี้ประเทศไทยก็มีจำนวนผู้รู้หนังสือน้อยเต็มที  ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนฐานะพอมีกินมีใช้ หาเช้ากินค่ำ แล้วถึงตอนนั้นล่ะ จะมีพนักงานที่มีคุณภาพมาทำงานในมหาวิทยาลัยสักกี่คน? เพราะเยาวชนส่วนใหญ่ขาดการศึกษา แล้วจะโตมาทำงานในระดับคนใหญ่คนโตได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่คนรวยที่สามารถลงทุนเพื่อเข้าศึกษาในสถานศึกษาแพงๆ ได้  ถึงตอนนั้นคุณภาพก็คงไม่มีเหลืออยู่ของคำว่าคุณภาพแล้วหล่ะ ประเทศไทยก็คงต้องกลับไปอยู่ระดับด้อยพัฒนา เพราะขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ มีการศึกษา... และพนักงานที่ได้รับสวัสดิการเพิ่ม อาจารย์ได้เงินเดือนเพิ่ม มีการเรียนการสอนที่ดีขึ้น(จริงแค่ไหน ใครรับรอง) สุดท้ายก็ต้องมาเสียค่าเทอมแพงๆ ให้ลูกได้เรียนอยู่ดี ..สรุปแล้วการออกนอกระบบ มันดีจริงหรือ?[ความเห็นเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วมีอย่างอื่นรองรับที่ดีกว่านี้ก็น่าจะโอเค] 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสียจึม
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2007, 05:05:53 PM »

สรุปไม่ต้องออก  เพราะไมออกก็ทำได้เหมือนออกทุกอยาก  ออกไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ที่บอกว่าเปลี่ยนแปลงอยู่ในระบบก็ทำได้
สิ่งที่ในระบบทำไม่ได้ก็คือ  ขึ้นค่าเทอม  เพิ่มเงินเดือนพนักงานและอาจารย์  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1826

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +423/-196

ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 12:37:00 AM »

สรุปไม่ต้องออก  เพราะไมออกก็ทำได้เหมือนออกทุกอยาก  ออกไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ที่บอกว่าเปลี่ยนแปลงอยู่ในระบบก็ทำได้
สิ่งที่ในระบบทำไม่ได้ก็คือ  ขึ้นค่าเทอม  เพิ่มเงินเดือนพนักงานและอาจารย์   

เอ่อ อ่านแล้วงงครับ เรื่องขึ้นค่าเทอมเนี่ย ขึ้นได้อยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะออกนอกระบบ หรืออยู่ในระบบ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ใครก็เกี่ยวทั้งนั้นแหละ
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 01:40:37 AM »

ถึง คุณ ble
คุณบอกว่าอยากให้ รวบรวมคำถาม ข้อเท็จจริง ม.ออกนอกระบบ ไม่อยากให้โวยวายแบบไม่มีทิศทาง แต่เท่าที่อ่าน ๆ กระทู้ที่คุณมาแสดงความคิดเห็น รู้สึกว่าคุณจะสนับสนุนการออกนอกระบบตลอด ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ คุณก็จะไปหาข้อมาโต้แย้งอยู่ตลอด ฉะนั้นคุณก็หยุดพูดในทำนองที่ว่า คุณนะเป็นกลาง อะไรแบบนี้เถอะนะ อ่านแล้วรำคาญ คุณแสดงจุดยืนไปเลยว่า คุณเห็นด้วย กับการออกนอกระบบ ดีกว่ามั้งนะ

แล้วไอ้ที่บอกว่า ไม่ว่าจะออกนอกระบบหรือไม่ คุณก็ไม่เดือดร้อน เพราะคุณคือคนนอก แค่นี้คุณก็คิดผิดแล้ว เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนนี้คุณอาจจะไม่เกี่ยว (ในความหมายของคุณคือ คุณไม่ใช่นักศึกษา ไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่พนักงาน ) แต่ถ้าสมมติว่า คุณมีลูก แล้วลูกคุณ เกิดมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ ถามว่า คุณเกี่ยวข้องไหม ต้องเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ในทำนองเดียวกันกับว่า มันเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน เพราะทุก ๆ คนมีสิทธิ์เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้  เพราะฉะนั้นการออกนอกระบบมันก็อาจจะส่งผลดี หรือผลเสียก็ได้ กับประชาชนทุกคน ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้บริหาร ซึ่งเมื่อก่อนอยู่ภายใต้การควบคุม(ขนาดอยู่ภายใต้การควบคุม ค่าเทอมยังขึ้นได้ขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ใช้ทั้งหมด เพราะมีอีกหลายอย่างที่ไม่โปร่งใส) และถ้าไม่อยู่ภายใต้การควบคุมจะเป็นอย่างไร นี่คือความกังวล และข้อสงสัย ที่ไม่มีคำตอบ

และขอย้อนความไปอีกนิด แรกเริ่มเดิมที่ ข้าราชการ คือคนที่ ประชาชนจ้างให้มาทำงานต่าง ๆ ให้กับประชาชน โดยจ่ายเงินเดือนคือภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้น ประชาชนหรือนายจ้างมีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็นอย่างมากที่สุด แต่นะวันนี้ ขอเปรียบเทียบแบบอุปมาอุปไมย สมมติให้นายจ้างคือประชาชน และ ลูกจ้าง คือ หน่วยงานของรัฐ  ดูเหมือนกับว่านายจ้างจะต้องยอมรับการร้องขอเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของลูกจ้าง อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จะขอขึ้นค่าจ้างหรือไม่ จะมาทำงานกี่โมง แล้วคุณภาพงานจะเป็นอย่างไร แค่คิดแบบพื้นฐานง่าย ๆ มันก็ผิดหลักเกณฑ์แล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ใครก็เกี่ยวทั้งนั้นแหละ
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 02:03:39 AM »

ขอขยายความอีกนิดนะ คุณ ble  จากกระทู้เก่า...ที่มันตกไปแล้ว

ที่ว่าคุณไม่เกี่ยว ๆ ไม่ได้มีผลอะไรกับคุณ เพราะคุณคือ คนนอก ถ้าคิดอย่างนั้น พวกนักศึกษาที่มาประท้วงนี่ก็ไม่เกี่ยวใหญ่เลย เพราะว่าถึงจะขึ้นค่าเทอม ก็ไม่เกี่ยวแล้ว เดี๋ยวก็เรียนจบแล้ว อาจจะจ่ายค่าเทอมแพง อย่างมากก็อีกแค่ 1-3 ปี เพราะตอนนี้อาจจะเรียน ปี 1 - 3 แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะค่าเทอมเนี่ยมันขึ้นเป็นรหัส ๆ ไป  อย่างปีนี่รหัสใหม่สุดคือ 50.. ถ้าจะขึ้นก็คงไปขึ้นนักศึกษารหัส 51...เป็นต้นไป  ยิ่งถ้ามองในเรื่องของความคุ้มแล้วยิ่งไม่คุ้มใหญ่ เพราะการประท้วงอาจจะไปทำให้อาจารย์ท่านใดเกิดความไม่พอใจก็ได้ ส่งผลต่อการเรียนอีก และไม่ต้องเถียงหรอกนะว่าไม่จริง เพราะทุก ๆ วันนี้ก็มีอยู่ถมถื่นไป ที่อาจารย์บางคนแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับความเป็นครู

และถ้าจะให้เกี่ยวจริง ๆ เลย จัง ๆ เลยนะ ก็โน่นเลย เด็กที่กำลังอยู่ ม.6 ตอนนี้ ซึ่งอาจจะสอบติดเข้ามาเรียนที่นี่ก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครกันมั่ง

แต่ก็อาจจะไม่ใช่อีก จะให้เกี่ยวจริง ๆ ก็ นี่เลย ผู้ปกครองของเด็ก ซึ่งก็คือประชาชนทุก ๆ คน นั่นเอง รวมทั้งตัวคุณด้วย

และเรื่องการออกนอกระบบนั้นน่ะ ดีหรือไม่ดี  บอกว่าสวัสดิการจะดีขึ้น คอมจะแรงขึ้น ระบบอินเตอร์เน็ตจะดีขึ้น หนังสือในห้องสมุดเยอะขึ้น ถามว่าตอนนี้ทำไม่ได้เหรอ ในเมื่อเก็บตังจากเด็กเพิ่มจากเมื่อก่อนต้องเท่าตัว เพราะฉะนั้นอย่าอ้างดีกว่าว่าออกนอกระบบแล้วจะดีขึ้น เพราะตอนนี้ก็เหมือนออกนอกระบบกลาย ๆ อยู่แล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น เพียงแต่ตอนนี้เหมือนกับว่ายังขยับแขน ขยับขาไม่สะดวก เพราะมันยังมีกรอบบาง ๆ มาช่วยกั้นไว้ 

ออกนอกระบบก็มีข้อดี สำหรับคนบางกลุ่ม แต่มันยังน้อยกว่าข้อเสียที่จะเกิดกับคนส่วนใหญ่ เท่านั้นเอง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1826

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +423/-196

ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 08:18:49 AM »

ถึง คุณ ble
คุณบอกว่าอยากให้ รวบรวมคำถาม ข้อเท็จจริง ม.ออกนอกระบบ ไม่อยากให้โวยวายแบบไม่มีทิศทาง แต่เท่าที่อ่าน ๆ กระทู้ที่คุณมาแสดงความคิดเห็น รู้สึกว่าคุณจะสนับสนุนการออกนอกระบบตลอด ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ คุณก็จะไปหาข้อมาโต้แย้งอยู่ตลอด ฉะนั้นคุณก็หยุดพูดในทำนองที่ว่า คุณนะเป็นกลาง อะไรแบบนี้เถอะนะ อ่านแล้วรำคาญ คุณแสดงจุดยืนไปเลยว่า คุณเห็นด้วย กับการออกนอกระบบ ดีกว่ามั้งนะ

แล้วไอ้ที่บอกว่า ไม่ว่าจะออกนอกระบบหรือไม่ คุณก็ไม่เดือดร้อน เพราะคุณคือคนนอก แค่นี้คุณก็คิดผิดแล้ว เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนนี้คุณอาจจะไม่เกี่ยว (ในความหมายของคุณคือ คุณไม่ใช่นักศึกษา ไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่พนักงาน ) แต่ถ้าสมมติว่า คุณมีลูก แล้วลูกคุณ เกิดมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ ถามว่า คุณเกี่ยวข้องไหม ต้องเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ในทำนองเดียวกันกับว่า มันเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน เพราะทุก ๆ คนมีสิทธิ์เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้  เพราะฉะนั้นการออกนอกระบบมันก็อาจจะส่งผลดี หรือผลเสียก็ได้ กับประชาชนทุกคน ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้บริหาร ซึ่งเมื่อก่อนอยู่ภายใต้การควบคุม(ขนาดอยู่ภายใต้การควบคุม ค่าเทอมยังขึ้นได้ขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ใช้ทั้งหมด เพราะมีอีกหลายอย่างที่ไม่โปร่งใส) และถ้าไม่อยู่ภายใต้การควบคุมจะเป็นอย่างไร นี่คือความกังวล และข้อสงสัย ที่ไม่มีคำตอบ

และขอย้อนความไปอีกนิด แรกเริ่มเดิมที่ ข้าราชการ คือคนที่ ประชาชนจ้างให้มาทำงานต่าง ๆ ให้กับประชาชน โดยจ่ายเงินเดือนคือภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้น ประชาชนหรือนายจ้างมีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็นอย่างมากที่สุด แต่นะวันนี้ ขอเปรียบเทียบแบบอุปมาอุปไมย สมมติให้นายจ้างคือประชาชน และ ลูกจ้าง คือ หน่วยงานของรัฐ  ดูเหมือนกับว่านายจ้างจะต้องยอมรับการร้องขอเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของลูกจ้าง อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จะขอขึ้นค่าจ้างหรือไม่ จะมาทำงานกี่โมง แล้วคุณภาพงานจะเป็นอย่างไร แค่คิดแบบพื้นฐานง่าย ๆ มันก็ผิดหลักเกณฑ์แล้ว

ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นกลางนี่ครับ ผมก็เคยบอกไปแล้วว่า
ถ้าถามผมตอนนี้ ผมเห็นด้วยกับการออกนอกระบบ แต่ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการตอนนี้มันไม่โปร่งใส ผมจึงเห็นด้วยกับการประท้วง
แต่ผมไม่ได้ค้านการออกนอกระบบ

ถ้าถามผมเมื่อปี 42 ผมก็จะบอกว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ แต่ตอนนี้เรามาไกลเกินไปแล้วครับ

แล้วที่บอกว่าผมไม่เดือดร้อน กับการออกนอกระบบ เพราะผมรับได้ทั้งนั้น ไม่ออกผมก็รับได้ ออกผมก็รับได้ ทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลง
แต่เราต้องจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ กระบวนการมันโปร่งใสหรือไม่

เรื่องค่าเทอมผมตอบไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้ว ก็ไม่มีใครเข้าใจ ผมก็คิดว่าช่างมันดีกว่า เอาเป็นว่าพวกคุณก็เรียกร้องเรื่องค่าเทอมกันต่อไป
แนะนำให้ประท้วงรัฐบาล ขอเรียนฟรี ถึง ป.เอก ไปเลยดีไหมครับ

เรื่องข้าราชการกับลูกจ้าง คุณก็บ่นเรื่องคุณภาพงาน ทีนี้เขาเลยให้ออกนอกระบบ เพราะจะได้มีระบบประเมินเข้ามางัยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
มั่นใจป่าว
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 03:03:06 PM »

ผมว่า rep. บน เป็นคนใน ครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
47.....
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 03:16:08 PM »

ลองอ่านบทความนี่ดู น่าจะรู้อะไรมากขึ้นนะครับ อย่างแรกที่อยากแนะนำคือให้พวกเรา รวมใจ รวมพลังใน ม. ของเราให้เข็มแข็งก่อน แล้วร่วมมือกับมหาลัยอื่นช่วยกันประท้วงเรื่องนี้

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000151153
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1826

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +423/-196

ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 06:15:00 PM »

ผมว่า rep. บน เป็นคนใน ครับ
เคยเป็นคนใน แต่ตอนนี้เป็นคนนอกครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ใครก็เกี่ยวทั้งนั้นแหละ
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2007, 02:36:27 AM »

คุณแน่ใจเหรอว่าคุณบอกว่าคุณเป็นคนที่สนับสนุนการออกนอกระบบ ลองย้อนกลับไปอ่านกระทู้ ๆ เก่า ๆ  ของคุณดู ก็จะรู้ว่าคุณนะบอกว่าไม่ได้เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ แต่ว่าคุณไม่อยากให้โวยวาย หรือประท้วงกันแบบไม่มีเป้าหมาย แต่พอมาตอบกระทู้หลัง ๆ คุณก็เริ่มแสดงทัศนะว่าคุณเห็นด้วย คุณตอบกระทู้มากจนเบลอไปหรือป่าว เลยจำไม่ได้ว่าตัวเองพิมพ์อะไรลงไปบ้าง แล้วก็ไม่ต้องบอกหรอกนะว่าให้ไปเอากระทู้นั้นมายืนยัน เพราะว่าขี้เกียจหา ที่อ่านเจอนั่น ก็สุ่ม ๆ อ่าน บังเอิญเจอ แล้วก็ไปอ่านอีกระทู้ ก็มีคุณไปตอบ กระทู้นี้ก็มี กระทู้โน่นก็มี  แต่ว่ามันไม่สอดคลองกับกระทู้แรกที่อ่านเจอ ที่คุณบอกว่า คุณนะบอกว่าไม่ได้เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ

และก็ขอบอกว่า ไม่ได้เน้นเลยไอ้เรื่องค่าเทอม เป็นเพียงการยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในตอนนี้เท่านั้น

ส่วนเรื่อง การประเมินผลงาน รู้สึกว่าตอนนี้ก็มีการประเมินผลงานนะ อย่างเช่น ของอาจารย์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย

เมื่อพูดถึงอาจารย์ก็จะขอเล่าให้ฟังเลยละกัน เพราะอันนี้เจอมากับตัวเอง โดยไม่ขอเอ่ยชื่ออาจารย์ วิชาที่สอน หรือภาควิชา เพราะว่าแค่นี้เด็กก็ซวยอย่างมากมายกับไอ้ระบบการประเมินผลการสอน

เรื่องมีอยู่ว่า ในการเรียนวิชาหนึ่งซึ่งเป็นวิชาเอก แต่ปรากฏว่า อาจารย์ท่านนี้ ไม่ได้ปฏิบัติการสอนโดยมีความเป็นอาจารย์เลย มีอย่างที่ไหน หัวเราะเยาะเย้ยเด็กที่ทำข้อสอบไม่ได้ ด่าเด็กว่าเป็นคนบ้านนอก จะเรียนได้ ต้องมี text เล่มหนา ๆ ของฝรั่ง อันนี้ก็เข้าใจว่าบางที ตำราของไทย มันก็ไม่ครอบคลุมเพียงพอ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า text เล่มหนึ่ง มันไม่ใช่ 10 20 บาท แต่มันเป็นหลักร้อย หลายร้อยเลยด้วย นักศึกษาบางคนไปถ่ายเอกสารเพื่อจะได้มีเรียนกับเพื่อนๆ แต่กลับถูกอาจารย์ด่าว่าให้ซื้อของจริง พวกถ่ายเอกสารนี่อาจารย์ก็ทำเหมือนกับว่าน่ารังเกียจมาก แล้วถ้าเด็กคนไหนมีปมด้อย อะไร ก็จะนำมาประจานในห้องเรียน เรียนไปด้วยความกดดัน จะมีใครเรียนแบบมีความสุขบ้าง นี่เป็นแค่ยกตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ในห้องเรียนยังมีอีกมากมายกว่านี้  ปรากฏว่า พอสิ้นเทอมก็มีการประเมินผลการสอน เด็กก็ประเมินผลไปว่าไม่ดี ด้วยเหตุผลที่เล่าให้ฟัง ทำให้อาจารย์คนนี้โดนตั้งคณะกรรมการสอบ อาจารย์คนนี้ได้เอาแบบประเมินไปถ่ายเอกสารแล้วนำลายมือมาเทียบกับข้อสอบที่เขียน ดูว่าเป็นลายมือใคร เขียนอะไรไปบ้าง แล้วก็เอามาด่าในห้องเรียน  ถามหน่อยเถอะ จะมีเด็กสักกี่คนที่จะกล้าง้างข้อกับอาจารย์ที่กำอนาคตการศึกษาไว้ในมือ  เพราะมันหม-ายถึงอาจจะทำให้เรียนจบช้าไป 1 ปี ก้ได้ และหมายถึงค่าใช้จ่าย ค่าเสียโอกาสที่ตามมาอีกมากมาย ต้องก้มหน้ารับกรรม กับการสอนที่ห่วย ๆ และเสียสุขภาพจิตต่อไป

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ขนาดว่ายังไม่ได้ออกนอกระบบ ก็มีการประเมิน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้ เพราะมันอยู่ที่การบริหารจัดการ อยู่ในระบบก็ดีได้ ถ้ารู้จักจัดการ

และก็ข้อย้ำนะว่า

อยากให้ดี ไม่ต้องออกนอกระบบก็ได้ เพราะมีอีกหลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ออกนอกระบบ  แต่เขาก็สร้างคนทีมีคุณภาพ ออกมารับใช้สังคมได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ผ่านมาอยากตอบ
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2007, 06:22:54 AM »

อ่านแล้วก็มีความเห็นเหมือนคุณ ble 
1. มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตอบง่ายๆ คือ มหาวิทยาลัยที่นำตัวเองออกนอกระบบราชการ โดยมีรัฐเป็นผู้ดูแลเหมือนเดิม เพียงแต่มหาวิทยาลัยมีกฏหมายของตัวเอง
2. คำสัญญาประชาคมที่ว่าจะไม่ขึ้นค่าเทอม อีก 10 ปีนั้น เขาไม่ขึ้นทั้งปกติ พิเศษ โท เอก ค่าอะไรจิปาถะ ดังที่กล่าวด้วยเพราะอะไรเด๋วตอบให้ข้อ 3  แล้