ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 21, 2008, 12:28:02 AM
96031 กระทู้ ใน 16494 หัวข้อ โดย 4618 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: wer
Mornor.com | Boards  |  หมวดหมู่ข่าวสาร  |  MorNor what's up  |  เกาะติดสถานการณ์ มอนอ  |  nu.ac.th : ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง ตอบ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: nu.ac.th : ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร  (อ่าน 1295 ครั้ง)
WeB MasTer
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย


Rank: *****

กระทู้: 5809

MG: ผู้ดูแลสูงสุด 

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +39/-18

ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2007, 01:45:54 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


รศ. ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี
อธิการบดี

ชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ..... (ในกำกับของรัฐ)

1.การดำเนินการที่ผ่านมา
           ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. .... ได้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อปี 2542 และผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อปี 2547 ต่อมารัฐบาลปัจจุบันได้สนับสนุน โดยให้นำร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาและได้แจ้งให้สภามหาวิทยาลัยฯ พิจารณาหากเห็นชอบให้ยืนยันการเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับและสภา มหาวิทยาลัยฯ ก็ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ..... เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้นำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
           ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทั้ง 3 ฉบับออกไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม หลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าจอมเกล้าพระนครเหนือเสร็จแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้สอบถามมายังสภามหาวิทยาลัยฯ ว่าจะยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา หรือไม่ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยฯ ได้พิจารณาและยืนยันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามหนังสือที่ ศธ 0527.01/10265 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2550
           รัฐบาลจึงได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. .... พร้อมกับร่าง
พระราชบัญญัติ 2 ฉบับคือ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าบรรจุเป็นวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2550 ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับและได้แต่ง ตั้งคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาไปแล้ว ส่วนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ชะลอไปเข้าที่ ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สัปดาห์ถัดไปคือ วันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน 2550 ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุเข้าวาระเรียบร้อยแล้ว

2.การรับฟังความคิดเห็นของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร
           มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นและมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีผู้แทนอาจารย์และผู้แทนนิสิตร่วมเป็นกรรมการด้วย ซึ่งคณะกรรมการฯได้รวบรวมและเสนอมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รายงานความคืบหน้าผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้วปรากฏ ตามหนังสือที่ ศธ 0527.01/5207 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับทราบแล้ว
           ในส่วนของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วจะกระทำมิได้ ก่อนที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะตั้งกรรมาธิการฯ การเสนอขอปรับปรุงแก้ไขจะทำได้ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งมหาวิทยาลัยนเรศวร จะมีผู้แทนเป็นกรรมาธิการ 2 คน คือ อธิการบดีและประธานสภาอาจารย์

3.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐคืออะไร
           มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ คือ มหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ไม่ได้เป็นส่วนราชการ เรียกว่า Autonomous University รัฐบาลให้การอุดหนุนงบประมาณเหมือนเดิม เพียงแต่ปรับระเบียบการบริหารจัดการ โดยเฉพาะใน 3 ด้าน คือด้านวิชาการ บริหารงานบุคคล และการเงิน ให้คล่องตัวขึ้น ซึ่งออกโดยสภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องใช้ระเบียบของทางราชการทั่วไป แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชนที่เรียกว่า Private University เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนนั้น รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ
           นอกจากนี้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะต้องถูกตรวจสอบและกำกับโดยสภา มหาวิทยาลัย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และศาลปกครอง เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ

4. แสดงเปรียบเทียบกรณีเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ กับมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ



* Untitled-1.gif (23.48 KB, 776x638 - ดู 90 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2007, 12:48:21 PM โดย Pramecomix » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เครือข่ายในสังกัด : มอนอ ดอท คอม, ของตกแต่ง Hi5, ETCfoto
WeB MasTer
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: ชาย


Rank: *****

กระทู้: 5809

MG: ผู้ดูแลสูงสุด 

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +39/-18

ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2007, 01:47:10 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

5.ด้านกิจการนิสิต
           5.1 การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรีภาคปกติ
เดิม เหมาจ่ายตามประกาศ (ใช้ประกาศค่าธรรมเนียม ปี พ.ศ.2549)
ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นมติสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่128(1/2550) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2550 หากมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วจะไม่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นระยะ เวลา 10 ปี ถึงปีการศึกษา 2560
          5.2 กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติ
เดิม ใช้ระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ไม่เปลี่ยนแปลง ใช้ระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่
          5.3 การกู้ยืมเงินของนิสิต
เดิม นิสิตมีสิทธิในการกู้ยืมเงินจากกองทุนของรัฐบาล ( กยศ. )
ไม่เปลี่ยนแปลง นิสิตสามารถกู้ยืมเงินจาก กยศ.ได้เหมือนเดิม
          5.4 ด้านทุนการศึกษา
เดิม มหาวิทยาลัยจัดทุนการศึกษาร้อยละ 5 ของนิสิตเข้าใหม่ทุกปี (ปีละ 30,000 บาท / ทุน) และจัดหาทุนอื่นจากภายนอกทั้งภาครัฐ
และเอกชนเพิ่มเติมให้นิสิต
ไม่เปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยจัดสรรทุนการศึกษารัอยละ 5 ของนิสิตเข้าใหม่ และหาแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติมให้นิสิตเหมือนเดิม
          5.5 นิสิตและสังคมจะได้อะไรจากการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ



  1) นิสิตจะได้อาจารย์เก่งมาสอน การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวขึ้น ดังนั้นการจ้างอาจารย์ที่เก่ง มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาสอนมาบรรยายพิเศษโดยมหาวิทยาลัย ให้ค่าตอบแทนสูง สามารถทำได้ ซึ่งปัจจุบันทำไม่ได้ เนื่องจากติดระเบียบราชการโดยเฉพาะอัตราการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทน
          2) นิสิตจะได้ Lab และอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบสมบูรณ์และทันสมัย เพราะการบริหารจัดการคล่องตัวขึ้น โดยไม่ต้องใช้ระเบียบของราชการ
          3) นิสิตมีส่วนร่วมในการประเมินอาจารย์ผู้สอน โดยมหาวิทยาลัยจะนำผลการประเมินดังกล่าว มาปรับปรุงคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น
          4) ประเทศได้นิสิตที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดงาน มหาวิทยาลัยต้องแข่งขันตลาดเวลากับมหาวิทยาลัย 153 แห่งในประเทศและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งมาเปิดตัวในไทย ดังนั้น การผลิตบัณฑิตต้องให้สามารถทำงานได้ทุกแห่งในโลกนี้ จึงต้องมีกระบวนการจัดการด้านการเรียนการสอน การบริหารงานบุคคล และงบประมาณที่คล่องตัว จึงจะสามารถทำได้
          5) นิสิตจะไม่เสียอะไรจากการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพราะค่าเล่าเรียนยังคงเท่าเดิม
แต่จะได้คุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้น เนื่องจากรายได้หลักของมหาวิทยาลัยมาจากเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งงบลงทุนและ งบดำเนินการ

หมายเหตุ สำหรับความคืบหน้าการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยจะนำเสนอให้ทราบต่อไป


ที่มา มหาวิทยาลัยนเรศวร
http://www.nu.ac.th/autonomous3.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เครือข่ายในสังกัด : มอนอ ดอท คอม, ของตกแต่ง Hi5, ETCfoto
อ. มน.
บุคคลทั่วไป 
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2007, 04:16:40 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เดี๋ยว ม. ต่างๆ ก็แย่งตัวกันซื้อ  อ. เหมือนสโมสรฟุตบอล
แล้วคิดว่า  มน.  จะซื้อตัว  อ.  แข่งกะ  ม.  อื่นๆได้เหรอ
คิดให้ดี  รวยกว่าจุฬาหรือเปล่า  มช.ละ  มข.ด้วย  มธ.  อีก
มน.  ไม่ได้มีทุนมากเท่า  ม.  อื่นนะ
เหมื่อนสโมสรฟุตบอลที่มีทุนมากก็ซื้อตัวนักเตะได้มาก  
คิดเอาเอง  แต่พนักงานรวยชัวร์....... Cool
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1730

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +210/-175

ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 12:51:54 AM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อยากให้อ.ที่เก่งๆเป็นแบบครูในเพลง"โรงเรียนของหนู"จัง แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่นๆ
เฮ้อ อยากกลับไปเหมือนเมื่อก่อนจัง  มอนอโตไวเกินไป ก้าวกระโดด
แล้วคิดว่ามหาลัยเค้าจะจ้างหรือคับ ถ้าเรียกค่าตัวแพงๆอ่ะ อ.ที่มีความรู้เก่งอย่างเดียวเค้าไม่เอาหรอกคับ จะต้องดูด้วยว่า
ให้ความรู้กับนิสิตแล้วนิสิตได้รับความรู้ออกไปมั๊ย ออกจะเห็นเยอะแยะ  จบมาจากเมืองนอก กลับมาสอน แต่สอนไม่รู้เรื่อง
นิสิตก็ออกจากห้องเยอะเเยะไปแล้วก็ให้ติด F ดูตัวเองก่อนซิคับว่าสอนรู้เรื่องเปล่าครูที่ดีก็ต้องสอนแล้วให้นิสิตเข้าใจซิคับ
ไม่ใช่สักแต่ว่าสอนๆๆๆอย่างเดียว แล้วก็ทำงานวิจัย แค่นี้หรอคับ  รึ๊ว่าไม่จริงคับ เก่งแต่สอนไม่รู้เรื่อง เค้าจารับมั๊ยคับ มหาลัยอ่ะ 
ก็เหมืิอนนักฟุตบอลเล่นเก่งแต่เข้ากับทีมไม่ได้ แล้วจะซื้อมาทามมายอ่ะคับ

การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเน้นการศึกษาด้วยตัวเองเป็นหลักนะครับ กรณีที่นิสิตได้ F ก็ต้องดูด้วยว่าใส่ใจกับการเรียนหรือเปล่า

ให้การบ้าน ก็ลอกกันมา
เข้าเรียนก็สาย บ้างก็โดด
มาเรียนก็คุย ไม่คุยก็หลับ ไม่หลับก็เล่นเกมส์
เวลาสอบก็คอยแต่จะโกง

คนตั้งใจเรียนจริง ๆ มีน้อยลงทุกที ๆ แล้วก็ออกมาโทษอาจารย์ว่าสอนไม่รู้เรื่อง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


One ring to rule them all, one ring to find them, one ring to bring them all, and in the darkness bind them
ble
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1730

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +210/-175

ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2007, 08:12:31 AM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อ. มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ในการวิจัยหาความรู้ใหม่ ๆ และ ถ่ายทอดให้กับนักเรียนครับ

ไอ้เรื่องที่คุณบ่นมายาว ๆ น่ะ ประเด็นคืออะไรครับ อยากให้ อ.มหาลัย สอนเหมือนครูมัธยมเหรอ

โตแล้วนะครับ มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว จิตสำนึกมันควรจะมีกันได้แล้วว่าต้องใฝ่เรียน ไม่งั้นเมื่อไหร่มันจะโตกัน

ไม่เกี่ยวว่าหัวดีหรือหัวไม่ดีหรอกครับ

ป.ล. ผมว่ามันหลงประเด็นแล้วนะ ถ้าคุณยังคาใจเรื่องนี้ก็ msn มาก็ได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


One ring to rule them all, one ring to find them, one ring to bring them all, and in the darkness bind them
sahakura
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Rank: ***

กระทู้: 160

EXP: พี่สันทนาการ



  20% (10/50)


Popular: +1/-0

ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2007, 01:47:39 AM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

งั้นก็ช่างหัวแมร่งมันเถอะ คุณมันเก่งว่ะ คุณมันอยู่ได้ น่ารำคาญว่ะ กรุบอกว่า อย่างถ้ามีอาจารย์สองคนเนี่ย คนแรกที่สอน นิสิตเรียนกันรู้เรื่องไม่หนีออกเนี่ย
แล้วพอถึงเมิงสอนน่ะ แล้วนิสิตออกกนตรึม คิดดิ นักเรียนทุนแท้ๆ  แล้วก็อ้างโน่นอ้างนี้ กรุรำคาญว่ะ เลิกพอ ตอบคำถามอันนี้กุละกัน แบบนี้สมควรจ้างมั๊ย ไอ้คนเก่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 03, 2007, 01:55:17 AM โดย sahakura » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1730

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +210/-175

ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2007, 08:58:44 AM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

งั้นก็ช่างหัวแมร่งมันเถอะ คุณมันเก่งว่ะ คุณมันอยู่ได้ น่ารำคาญว่ะ กรุบอกว่า อย่างถ้ามีอาจารย์สองคนเนี่ย คนแรกที่สอน นิสิตเรียนกันรู้เรื่องไม่หนีออกเนี่ย
แล้วพอถึงเมิงสอนน่ะ แล้วนิสิตออกกนตรึม คิดดิ นักเรียนทุนแท้ๆ  แล้วก็อ้างโน่นอ้างนี้ กรุรำคาญว่ะ เลิกพอ ตอบคำถามอันนี้กุละกัน แบบนี้สมควรจ้างมั๊ย ไอ้คนเก่ง


พูดกันดี ๆ ไม่ได้หรืองัยครับ ทำตัวให้มันเหมาะสมกับการเป็นปัญญาชนหน่อย

สำหรับคำถามที่ถามมา ผมก็คิดว่าผมตอบไปแล้ว อ.มหาวิทยาลัย เขาไม่ได้เน้นคนที่สอนเก่งหรอก (ถ้าไม่งั้นเขาก็คงบังคับให้ไปเรียนศึกษาศาสตร์กันก่อนมาเป็นอาจารย์) แต่แน่นอนว่า การสอนก็เป็นหนึ่งในภารกิจหลัก
คนที่สอนไม่ดี มันก็มีระบบประเมินอยู่ คุณไม่ถูกใจ คุณก็สามารถประเมินได้ แต่มันไม่ใช่ว่าประเมินแล้วจะให้ อ.คนนั้นออกเลยทันที
เพราะเขาต้องดูหลาย ๆ อย่าง เช่น อ.คนนั้นอาจจะทำวิจัยเก่งมาก ๆ แต่สอนไม่เก่ง ก็ยังถือว่ามีประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอยู่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


One ring to rule them all, one ring to find them, one ring to bring them all, and in the darkness bind them
sahakura
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Rank: ***

กระทู้: 160

EXP: พี่สันทนาการ



  20% (10/50)


Popular: +1/-0

ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2007, 09:39:23 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เฮอๆ ไอ้ปัญญาชนแต่เห็นแก่ตัวก็ไม่เอาหรอก เข้าใจปะ "เห็นแก่ตัว" ก็ไม่อยากคบหรอกคับ ก็คนอย่างคุณมันไม่สมควรคุยดีๆด้วยอ่ะ เข้าใจปะ ดูตัวเองบ้างป่าว
ว่าทำตัวไง เฮอๆ แล้วก็มาว่าคนอื่นปัญญาชน ไอ้คนอย่างคุณก็ไม่น่าปัญญาชนเหมือนกันล่ะคับ "เห็นแก่ตัว"น่ะ พูดไม่ดี พูดไม่เพราะ ก็ว่าไม่เป็นปัญญาชน
แต่ไอ้ที่เห็นแก่ตัว เบียดเบียนคนอื่นเนี่ย  คงยิ่งกว่าซินะ คงรู้นะว่าหมายถึงใครอ่ะ        แค่ดูดีแค่ภายนอก แต่คงไม่มีความจริงใจหรอกครับคุณน่ะ
คนอย่างผมถึงแม้จะพูดไม่เพราะ แต่ว่าผมก็มีความคิดห่วงคนอื่นที่เดือดร้อนกว่ามากกว่าคุณน่ะครับ ผมก็ไม่มาละ ไอ้กระทู้น่าเบื่อๆเนี่ยคับ
โดยเฉพาะคนตอบอย่างคุณน่ะ เบื่อโคด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ble
ออนไลน์ ออนไลน์
เพศ: ชาย

Rank: ******

กระทู้: 1730

EXP: เทพเจ้าห้องเชียร์






Popular: +210/-175

ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2007, 11:54:42 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เฮอๆ ไอ้ปัญญาชนแต่เห็นแก่ตัวก็ไม่เอาหรอก เข้าใจปะ "เห็นแก่ตัว" ก็ไม่อยากคบหรอกคับ ก็คนอย่างคุณมันไม่สมควรคุยดีๆด้วยอ่ะ เข้าใจปะ ดูตัวเองบ้างป่าว
ว่าทำตัวไง เฮอๆ แล้วก็มาว่าคนอื่นปัญญาชน ไอ้คนอย่างคุณก็ไม่น่าปัญญาชนเหมือนกันล่ะคับ "เห็นแก่ตัว"น่ะ พูดไม่ดี พูดไม่เพราะ ก็ว่าไม่เป็นปัญญาชน
แต่ไอ้ที่เห็นแก่ตัว เบียดเบียนคนอื่นเนี่ย  คงยิ่งกว่าซินะ คงรู้นะว่าหมายถึงใครอ่ะ        แค่ดูดีแค่ภายนอก แต่คงไม่มีความจริงใจหรอกครับคุณน่ะ
คนอย่างผมถึงแม้จะพูดไม่เพราะ แต่ว่าผมก็มีความคิดห่วงคนอื่นที่เดือดร้อนกว่ามากกว่าคุณน่ะครับ ผมก็ไม่มาละ ไอ้กระทู้น่าเบื่อๆเนี่ยคับ
โดยเฉพาะคนตอบอย่างคุณน่ะ เบื่อโคด

ผมเห็นแก่ตัวตรงไหนล่ะครับ คนคิดต่างจากคุณคือคนเห็นแก่ตัวทั้งหมดเหรอครับ
ถ้าคุณพูดจาดี ๆ ด้วยเหตุผลไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย จะได้ไม่ต้องเสียเวลากันทั้งสองฝ่าย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


One ring to rule them all, one ring to find them, one ring to bring them all, and in the darkness bind them
หน้า: [1] ขึ้นบน ตอบ พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

+ ตอบด่วน