
รถ เมล์บ้านเรา กิจการเก่าแก่อายุ 42 ปี ของจังหวัดพิษณุโลก ที่วันนี้กำลังง่อนแง่นรอวันปิดกิจการเต็มที หลังต้องแบกภาระขาดทุนต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี เพราะวิกฤตน้ำมันแพง
รถเมล์สองแควใกล้ปิดกิจการ
นาง สุมาลี อุ่นเรือน ผู้จัดการบริษัทพิษณุโลกบริการจำกัด ในฐานะเจ้าของ “รถเมล์บ้านเรา” เปิดเผยว่า การให้บริการรถเมล์ทั่วเมืองพิษณุโลกตลอดระยะเวลา 42 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ยอมรับว่าอาจจะต้องปิดบริการ เพราะไม่สามารถแบกรับราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในแต่ละเดือนจะขาดทุนประมาณ 100,000 บาท จากที่ต้องซื้อน้ำมันดีเซลเติมรถเมล์กว่า 40 คันจำนวน 2,000 ลิตรต่อวัน ยอดซื้อน้ำมันเฉลี่ยเดือนละ 2.5 ล้านบาท ทั้งยังมีค่าแรงพนักงาน 100 กว่าคน ขณะที่ราคาคงเดิมทำให้ประสบปัญหาการขาดทุนทุกเดือนเป็นเวลาเกือบ 1 ปี หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คงอยู่ได้ไม่นาน จนอาจจะหยุดให้บริการรถเมล์รอบเมืองพิษณุโลกจำนวนทั้งหมด 15 สายในเร็วๆ นี้
“ที่ทนอยู่ก็เพราะเห็นใจพนักงานที่ขับรถและดูแลกันมานาน ที่สำคัญบริษัทยังไม่มีเงินก้อนใหญ่ที่จะปลดพนักงานออก เพราะต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมาก สิ่งที่อยากเรียกร้องภาครัฐและจังหวัดพิษณุโลก คือ ขอความเห็นใจและสนับสนุนน้ำมันดีเซล เพื่อขอให้ธุรกิจอยู่รอดได้เท่านั้นก็พอ แม้รู้ดีว่าการขอน้ำมันดีเซลราคาต่ำกว่าท้องตลาดลิตรละ 3 บาท เหมือนกับรถร่วมบริการในกรุงเทพฯ จะเป็นไปได้ยากก็ตาม”
ด้านนายกล้า ณรงค์ ภักดิ์ประไพ ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทพิษณุโลกบริการจำกัด เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันหรือช่วยหาแหล่งกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ในการปรับปรุงสภาพรถเมล์ให้สามารถติดตั้งก๊าซเอ็นจีวีได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนได้
นอกจากนี้ บริษัทยังถูกกลุ่มรถกระบะสองแถววิ่งทับเส้นทาง รวมทั้งกล่าวหาว่ารถเมล์กีดขวางการจราจรเพราะมีขนาดใหญ่ แต่กลุ่มรถกระบะส่วนใหญ่ไม่ให้บริการตลอดสายตามที่ขออนุญาตจากขนส่ง วิ่งเฉพาะในเมืองทำให้รถเมล์บ้านเราได้รับผลกระทบ ขณะที่เส้นทางพิษณุโลก-อำเภอบางกระทุ่ม ของรถร่วมเอกชนรายหนึ่งหยุดวิ่ง เพราะวิ่งแล้วขาดทุน ขนส่งจังหวัดพิษณุโลกก็ขอความร่วมมือรถเมล์บ้านเราวิ่งแทน ซึ่งบริษัท ก็วิ่งแทนแม้จะต้องขาดทุนก็ตาม แต่กรณีรถเมล์บ้านเราจะขอรับความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐ กลับนิ่งเฉยไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือสักราย
“สถานการณ์ เช่นนี้ รถเมล์บ้านเราแทบอยู่ไม่ได้ ประคองให้อยู่ก็เพราะเป็นธุรกิจต้นตระกูล และให้บริการคนรุ่นเก่าๆ เพราะปัจจุบันจะหวังคนรุ่นใหม่มาขึ้นรถเมล์คงลำบาก หันไปขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นราคารถเมล์จาก 8.50 บาท (สำหรับรถร้อน)เป็น10 บาทตลอดสาย และปรับราคารถแอร์ จาก 11 บาทเป็น 13 บาทตามลำดับ ก็ไม่ช่วยอะไรมาก เพราะเป็นการคำนวณราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ระดับ 34-35 บาท แต่ปัจจุบันไม่ใช่”นายกล้าณรงค์ กล่าว
ที่มา ผู้จัดการ