เพิ่มหัวข้อใหม่
สั่งพิมพ์

อลิส ทอย เรียนอักษรฯ อินเตอร์ ภาษาอังกฤษตรงเป๊ะ!

แชร์ในเฟชบุ๊ค แบ่งปัน

อลิส ทอย เรียนอักษรฯ อินเตอร์ ภาษาอังกฤษตรงเป๊ะ!

       


        ถึงแม้จะไม่ดังเปรี้ยงปร้างเหมือนนางเอกซีรี่ส์ แต่เธอคนนี้ก็มีงานผ่านหูผ่านตาเราไม่ได้ขาด ทั้งหนัง งานโฆษณา งานพิธีกร ฯลฯ เป็นสาวน้อยที่มีความสามารถอย่างล้นเหลือสำหรับสาว อลิส-อลิส ทอย ไม่เพียงแค่งานในวงการบันเทิงเท่านั้นที่เธอเก่ง แต่ด้านการเรียนเธอก็ทำได้ดีไม่หยอก เป็นนิสิตอักษรศาสตร์ (ภาคอินเตอร์)จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกรดเฉลี่ยแตะ 4.00 ตลอด ๆ แถมเธอยังแอบกระซิบว่า กำลังรอลุ้นเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอยู่ เห็นคนเก่งแบบนี้ไม่รอช้า รีบกระแซะเข้าไปใกล้ ถามไถ่เทคนิคเรียนเก่งมาฝากเพื่อน ๆ กันจ้า
       
        อักษรศาสตร์ คือ ความฝันตั้งต้น
        อลิสมีความฝันตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเรียนอักษรฯ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจ เพราะเราเป็นคนชอบทำหลายอย่าง ชอบวาดภาพ ชองฟังเพลง ตอนนั้นก็สับสนนิดหน่อยว่าจะเรียนอะไรดี ตอนเรียนมัธยม ที่บ้านเห็นว่าเราเรียนมาแล้วเกรดค่อนข้างดี เขาก็เลยอยากให้เรียนสายวิทย์ ตอนนั้นก็ยังสับสนก็เลยเลือกเรียนตามใจที่บ้านไปก่อน แต่พอเข้ามาเรียน เรารู้เลยว่าสายวิทย์มันไม่ใช่เรา โอเค อาจมีบางวิชาที่เราชอบ แต่มันก็มีบางวิชาที่เราไม่ชอบ แล้วอลิสก็เป็นคนชอบทำกิจกรรม แต่ว่าทำข้อสอบหรือทำงานส่ง เราต้องมาเจอวิชาที่เราไม่ชอบ เราก็เลยไม่อยากเรียน
        ก็เลยไปขอกับอาจารย์ ขอเปลี่ยนสายเรียนได้มั้ย อาจารย์ดูเกรดเรา คือเกรดเราก็ดี เขาก็เลยบอกให้เรียนเถอะ ก็เลยทนเรียนไป พอมาอยู่ ม.5 วิชาที่ไม่ชอบก็ตามมาหลอกหลอนอีก เราก็เลยคิดว่าจะทำยังไงถึงจะไม่ต้องมาเรียนวิชานี้ แล้วตอนนั้นอลิสเห็นว่ามีการสอบเทียบ ซึ่งการสอบเป็นการสอบเทียบวุฒิเกรด 12 ที่อเมริกา ถ้าเราสอบตัวนี้ได้ก็เท่ากับว่าเราจบ ม.6 และสามารถข้ามไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้เลย เป็นโอกาสที่เราจะได้หนีวิชาที่ไม่ชอบ อลิสก็เลยไปสอบ
        แต่มันเป็นข้อสอบที่ยากมาก ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ เราต้องอ่านหนังสือประวัติศาสตร์อเมริกา ต้องหัดทำข้อสอบวิชาเลขที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งบางตัวเราก็ไม่รู้ศัพท์เฉพาะของมัน อลิสก็ต้องทุ่มเทเต็มที่ เข้าไปสอบตอนนั้นอายุ 17 พอดี ก็สอบได้ เราก็เลยข้าม ม.6 มา แล้วก็เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเลย
        อักษรศาสตร์ ศาสตร์การเรียนรู้คนจากรากเหง้า
        คณะที่อลิสเรียนหลายคนจะสงสัยว่าเรียนอะไร คณะเราจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรม แบบลงลึกไปในทุก ๆ เรื่องของผู้คน ประเทศ หรือวัฒนธรรมต่าง ๆ พยายามให้วิเคราะห์หาที่มาที่ไป จากหนัง นิยาย ศาสนา ภาพวาด ละคร เพลง ทุกอย่าง คือเขาสอนให้เราเรียนรู้กว้างมาก เพื่อที่จะให้เราเข้าใจมนุษย์จากภาษาและวัฒนธรรม มากกว่าที่จะเรียนรู้จากสิ่งอื่น ซึ่งอลิสว่ามันก็สนุกดี และยิ่งสนุกมากตรงที่มันเป็นภาษาอังกฤษ คืออลิสเรียนที่เซนโยฯ มาก็จริง แต่ภาคที่อลิสเรียนเป็นภาคไทย เราไม่เคยเจอภาษาอังกฤษที่มันเต็มระบบขนาดนี้ และเด็กที่เข้าไปเรียนคณะนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กที่เรียนนานาชาติ หรือไม่ก็เป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกอยู่แล้ว การเรียนก็จะแตกต่างจากที่เราเรียนที่โรงเรียน เด็กจะกล้าพูดกล้าถามกับอาจารย์ กล้าแชร์ความคิดกันแบบตรง ๆ เขาไม่ค่อยแคร์ว่าคนอื่นจะคิดอะไร แบบว่าพูดกันตรง ๆ เลย มีอะไรเข้าใจ ไม่เข้าใจก็คุยกันไปเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องเก็บไว้แล้วไปนินทาทีหลัง
       
        ลองหลายอย่างสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง
        อลิสเป็นคนที่เรียนหลายอย่างมาก (ลากเสียงยาว) เพราะว่าเป็นคนชอบค้นหาตัวเอง อยากรู้ว่าตัวเองชอบอะไรมากที่สุด เพื่อที่จะให้เราไม่เลือกผิด เคยไปเรียนพื้นฐานสถาปัตย์ตั้งแต่อยู่ ม.1 เพื่อจะดูว่าเราชอบคณะนี้มั้ย ลองทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เพื่อจะรู้ว่าอะไรมันเหมาะสมกับเรา อย่างอลิสเอง อลิสอยากไปเรียนเมืองนอก ตั้งแต่อยู่ ป.6 อยากไปเรียนอเมริกา แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิง แล้วเป็นลูกคนโตด้วย พ่อแม่ก็เลยไม่ให้ แต่ให้ไปแค่เรียนซัมเมอร์ ยิ่งไปเรียนยิ่งติดใจ กะว่าจะกลับไปใหม่ เราก็พยายามเรียนภาษาอังกฤษให้ดี พูดภาษาอังกฤษให้ได้ และยิ่งมาเรียนอักษรฯ ก็ยิ่งกระตุ้นให้เราอยากไปมากขึ้น เพราะอเมริกาเป็นประเทศใหม่ ถึงมจะไม่ได้ดีเลิศ เพอร์เฟกต์ แต่มันก็เป็นที่ที่หลากหลายทางวัฒนธรรม หลากหลายทางภาษา รวมกันแล้วมันลงตัว ทั้งความคิดอ่าน ตำรา การเรียน การสื่อสารต่าง ๆ สำเนียงการพูดจา เมือง ผู้คนก็แฟร์ ๆ ไม่ต้องมาใส่หน้ากากหากัน ถ้าไปเรียนก็อยากไปเรียนที่โน่น แต่ถ้าเป็นบั้นปลายชีวิต อยากไปอยู่นิวซีแลนด์ เพราะว่าถ้าอายุเรามากขึ้นขนาดนั้น จังหวะเนิบช้าของนิวซีแลนด์ก็คงสอดคล้องกับจังหวะร่างกายของเรา
       
        พูดอังกฤษ ฟุด ฟิด ฟอร์ ไฟร์
        อลิสว่าคนเราไม่ควรตีกรอบตัวเอง อย่าไปฝืนทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ อย่างการเรียนภาษาอังกฤษ ถ้าเราไม่ชอบ อลิสว่าก็ไม่ควรฝืน ถ้าเรามีอะไรที่ดีกว่าภาษาอังกฤษแล้วทำให้เราไปได้ไกล ไปได้เร็วกว่าก็เลือกแบบนั้นอย่างบางคนอาจจะชอบภาษาจีนแล้วเรียนภาษาจีนได้เร็วมาก เราก็น่าจะเอาดีด้านภาษาจีนไปเลย แต่ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษ สำหรับอลิส เริ่มจากการฟังเพลง พอเราเจอเพลงที่ชอบ ศิลปินที่ใช่ปุ๊บ เราก็อยากจะดูเนื้อ เอาเนื้อมาดู พอร้องตามได้ คำศัพท์เริ่มมา ซึ่งมันเป็นคำศัพท์ที่ใช้อยู่แล้ว เพราะเพลงก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา พอฟังเพลงก็เริ่มดูหนัง เรื่องแรกจำได้เลยเรื่องซินเดอร์เรลา คำศัพท์ก็ไม่ได้ยาก แต่ก็มีศัพท์ใหม่ แล้วก็ค่อย ๆ ดูหนังที่มันยากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ไหวก็กลับมาไทยรอบหนึ่ง อังกฤษรอบหนึ่ง อลิสชอบดูหนังฟังเพลงอยู่แล้ว แต่บางคนก็ชอบอ่านแมกาซีน เดี๋ยวนี้แมกาซีนภาษาอังกฤษเยอะมาก หรือฟรี ก๊อบปี้ภาษาอังกฤษก็มีเยอะแยะ อ่านจากพวกนั้นก็ได้ ฝึกฝนทุกวันก็จะทำให้เราเก่ง แต่เก่งแล้วก็ต้องฝึกต่อไปเรื่อย ๆ จะทำให้เราเก่งยิ่งขึ้น แม่นยิ่งขึ้นค่ะ
        เรียนไม่เก่งแต่เกรดเฉลี่ยสูง
        อลิสไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ได้เป็นหนอนหนังสือ อาจจะดูซน ๆ เป็นเด็กหลังห้องด้วยซ้ำ คือไม่ใช่เด็กเรียนใส่แว่นหนาเตอะ แบบนั้นไม่ใช่ แต่อลิสจะชอบกดดันตัวเอง กดดันให้ตัวเองได้คะแนนดี พอกดดันแล้วมันทำให้เราตั้งใจ ตอนสอบอลิสตั้งใจมาก ต้องบอกว่ามากจริง ๆ อ่านหนังสือหนัก ทำการบ้านหนัก คือความจริงอลิสอยากจะลบคำสบประมาทของคุณครู คืออลิสเป็นคนคุยเก่ง แล้วก็จะโดนคุณครูว่า พูดมากแบบนี้น่ะโง่ อลิสก็จะเถียงว่าไม่จริง อลิสคุยเก่ง อลิสก็เรียนดีได้ หรือบางเทอมที่ทำกิจกรรมเยอะ ๆ ครูก็จะบอกว่า ทำกิจกรรมเยอะแบบนี้คะแนนเทอมนี้ไม่เหลือแน่ อลิสก็ฮึดสู้ ก็เลยทำให้เราเรียนดี สอบได้ท็อปรายวิชาบ้าง ได้เหรียญเรียนดีบ้าง คือเราพยายามพิสูจน์ตัวเองให้คุณครูเห็นว่าเราเรียนดีได้ แม้จะพูดมาก (หัวเราะ) จนวันที่สอบเทียบ ม.6 ได้ คุณครูก็ยังพูดอยู่เลย ว่าหนูน่ะพูดมากจะโง่ (หัวเราะ)


        ฉายแววเข้าวงการ
        ตอนนั้นที่เราเรียนจบ ม.5 แล้วเพื่อนเรียน ม.6 กันอยู่ เราไปอเมริกาสองเดือน แล้วก็กลับมา อินเตอร์ก็ยังไม่เปิดเทอม ระหว่างรอเปิดเทอมอยู่ เราก็ไปเดินเที่ยวที่สยาม เห็นเขามีให้ประกวดความสามารถ ถ้าคุณผ่านรอบแรก คุณจะได้เวิร์คช็อปประมาณ 16 ครั้ง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีเดินแบบ ร้องเพลง แฟชั่น ศิลปะการป้องกันตัว ดำน้ำ ฯลฯ แล้วเราเป็นคนชอบหาอะไรเรียนอยู่แล้ว ก็เลยสนใจ ก็เลยลองดู ก็ติดเข้ามาเรื่อย ๆ ก็ผ่าน ๆ แล้วก็ได้ป๊อปปูล่าร์โหวต หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามา ถ่ายโฆษณา ร้องเพลง แล้วก็เริ่มทำพิธีกร แล้วก็มีหนังเข้ามาสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือเพื่อนไม่เก่า หลังจากนั้นก็มาเจอพี่มะเดี่ยว เขาก็ชวนมาเล่นหนังอีก เพราะเขาอยากได้สาวจีน อลิสหน้าจีนผ่านก็เลยได้มาเล่น แล้วพอเล่นสองเรื่องนี้ แกรมมี่ก็เรียกกลับมาเซ็นสัญญาเป็นพิธีกร ก็มีผลงานออกมาเรื่อย ๆ ค่ะ


        ที่มา "การศึกษาวันนี้"  www.elearneasy.com
http://unigang.com/Article/9408

TOP

เพิ่มหัวข้อใหม่